ปุลากง

posted on 10 Jan 2010 21:13 by leklinker
ปุลากง : เรื่องแรกที่ได้อ่าน ของ คุณโสภาค สุวรรณ ปุลากง 



สำนักพิมพ์บรรณกิจ (พิมพ์ พ.ศ.2550)

ศกร หรือ เข้ม มีความฝังใจกับการที่แม่เป็นภรรยารองของคุณพ่อ

และเขาเองก็ไม่ได้รับการเหลียวแลนัก แม่ของศกรแต่งงานสมัยที่คุณพ่อเขาเป็นนายอำเภอต่างจังหวัด

 โดยไม่ระแคะระคายว่ามีภรรยาอยู่แล้ว

อัมพิกา พี่สาวพิการคนละแม่ เธอเรียนดนตรีกับคุณครูข้างบ้าน เข้มมักไปรับกลับบ้าน และ

ได้รู้จัก ศุภรา หรือ หนูตุ่น ลูกสาวครู
และ วีรุทย์ เพื่อนหนูตุ่น รุ่นเดียวกับเข้ม หนูตุ่น เรียกเขาว่า เสือโคร่ง เพราะเขาไม่ยิ้มพูดจากับใคร

 เข้มเองก็ว่าเธอเป็นเด็กปากจัด

เข้มเรียนนายร้อยตำรวจ เมื่อเรียนจบเขาเลือกไปประจำการต่างจังหวัดโดยไม่สนใจที่บิดา

บอกว่าจะช่วยให้อยู่ในกรุงเทพฯ

หนูตุ่นเเลือกไปเป็นพัฒนากร ตามคำชักชวนของวีรุทย์ หลังจากที่คุณแม่เธอเสียชีวิต เ

ธอไปประจำที่ ต.ปุลากง อ.ยะหริ่ง
ส่วนวีรุทย์อยู่ที่มายอ เธอค่อยเริ่มงานของเธอ ตามที่ได้รับมอบหมาย

และ แล้วเย็นวันหนึ่งขณะที่เธอช่วยทำถนนกับชาวบ้าน เธอก็ได้รับการแนะนำให้รู้จักกับ

นายร้อยตำรวจเอกศกร ซึ่งเพิ่งมาประจำในท้องที่นี้ไม่นาน
แต่แรกเขาจำเธอไม่ได้ จนได้ยินวีรุทย์เรียกชื่อ หนูตุ่น นั่นเอง เขาจึงนึกออก

หนูตุ่นได้บังเอิญไปช่วยสมุนโจรที่คิดกลับใจ แต่เธอก็เกือบถูกกลุ่มโจรทำร้าย

 เพราะการตามล่าสมุนคนนี้ เข้มมาช่วยไว้ได้ทัน
แต่เขาก็โกรธเธอที่ปิดทางการไว้ และว่าเธอเป็นต้นเหตุที่ทำให้ลูกน้องเขาเสียชีวิตในการทำงานครั้งนี้

ต่อมาเวลาได้พบกัน เข้มมักพูดเตือนเธอเสมอเรื่องที่ เธอให้ความสนิทสนมกับ

ศักดิ์สิทธิ์ สมุนโจรกลับใจคนนั้น
เขามักบอกเธอว่า พูดในฐานะคนรู้จักกันมาก่อน แต่เธอก็จะโต้แย้งเขาเสมอ

งานของหนูตุ่นก้าวหน้าไปได้ด้วยดี ในบางเวลาเธอก็อดสงสัยในท่าทีของเข้มมิได้

ว่าเขาคิดอย่างไรกับเธอกันแน่
ส่วน เข้ม นั้นในบางคราวเขาก็นึกถึง หนูตุ่น ด้วยความรู้สึกอ่อนโยน แต่ด้วยปมในใจ

ของเขาที่มีต่อพ่อทำให้เขามุ่งมั่นไปในเรื่องงานมากว่า

เข้มได้รับคำสั่งให้ไปราชการลับในพื้นที่เสี่ยงภัย ในวันที่เขาจะต้องจากไป เขาถึงรู้สึก

ได้ถึงความรู้สึกลึกล้ำที่มีให้หนูตุ่น เขาเข้ามาปุลากงเพื่อมาลาหนูตุ่น
แต่เธอยังไม่กลับจากไปเที่ยวบ้านของศักดิ์สิทธิ์ที่ภูเก็ต เข้มรู้สึกเสียใจมาก

...เส้นทางการทำงานที่แยกกัน และ เต็มไปด้วยอันตราย ความรู้สึกที่ต่างก็เก็บแอบไว้ลึกในใจ

.. จะมีวันที่มาบรรจบกันได้หรือไม่..





จากในเรื่องค่ะ...

ศุภรายิ้มสดชื่นเมื่อตอบไปว่า

เรามีจุดประสงค์ร่วมกันคือ ช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติ เราได้ร่ำเรียนมาและต้องการให้บังเกิดผล
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแก่เรานักพัฒนากร ครั้งหนึ่งมีว่า
...การสร้างความมั่นคงเป็นปึกแผ่นแก่ครอบครัวชนบทเป็นการป้องกันประเทศชาติด้านหนึ่ง...
ค่ะ ครู เรารู้ว่าชนบทเป็นรากฐานแห่งความมั่นคงของชาติ



นี่ก็อีกคนที่คุณจะต้องรู้จัก นายร้อยตำรวจเอกศกร เพิ่งย้ายมาประจำที่นี่ได้ไม่ถึงหกเดือน
แต่ชาวบ้านได้ยินกิตติศัพท์มาไกลมาก คุณศกรจะมาเยี่ยมที่ปุลากงอาทิตย์ละครั้ง
ผมหมายถึงลูกน้องคุณศกรน่ะครับ

ศุภราขมวดคิ้วเข้าหากัน เมือ่เห็นใบหน้าเกรียมแดดนั้นชัดเจน เมือ่เขารับไหว้หล่อน...
นายเข้มนั่นเอง นี่มันกี่ปีแล้วหนอที่หล่อนไม่ได้เห็นเขาอีกเลย รู้แต่ว่าเขาจบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ
แล้วออกรับราชการต่างจังหวัด ความจริงหล่อนก็แทบจะจำเขาไม่ได้นักหรอก

เพราะความสัมพันธ์นั้นห่างเหินกันมาก
ดูสายตาดุๆนั้นหรอกหล่อนจึงพอ นึกได้ว่าเขาเป็นใคร แต่เขาก็รับไหว้หล่อนเหมือน

คนอื่นแล้วมองผ่านหล่อนไปอย่างไม่สนใจนัก

ศุภราเห็นใบหน้าคมเข้มของเขาเปลี่ยนไปทันที คิ้วขมวดเข้าหากันอีก วีรุทย์ยังเข้ามาไม่ถึง

แต่หล่อนก็ได้ยินนายเข้มพูดว่า
เธอน่ะเองนึกว่าใครที่ไหน เมื่อตะกี้นึกไม่ออกว่าเหมือนใคร กำลังมอมแมมทีเดียว

กล้าหาญจริงนะที่ทำงานอย่างนี้




..นับตั้งแต่เมื่อไรนะ.. เขาลอบยิ้มกับตัวเอง.. ตั้งแต่แม่หนูตุ่นหิ้วกระป๋องสกปรกใส่กุ้งตัวใสๆ
เดินท่อมๆอยู่กลางแดดหรือเปล่านะ หรือจะเป็นตอนที่หล่อนหนีวัวคู่ที่กำลังชนกันกลางท้องนา
และเขาดึงมือหล่อนขึ้นมาจากคันนาสูงที่ปุลากงโน่น

เขาบอกไม่ได้ รู้แต่ว่าความผูกพันนั้นได้กระชับความรักที่ซ่อนเร้นให้แน่นหนาและ อบอุ่นขึ้นทุกวัน..




ชีวิตแบบนี้น่ากลัวเหลือเกินหล่อนพึมพัมความในใจออกมาเป็นครั้งแรก
อืมม์ ก็จริงอยู่ แต่ถ้าเราไม่พยายามทำใจให้กล้า อะไรจะเกิดขึ้นล่ะ
คุณเข้มจะต้องมาต่อตีกับคนพวกนี้อีกหรือ
ทำไมหรือ ฉันได้รับมอบหมายโดยตรง เพราะรู้จักคุ้นเคยคนที่นี่ไม่น้อย

การปราบปรามไม่ใช่จะยิงปืนท่าเดียว จิตวิทยาก็เป็นเรื่องสำคัญไม่น้อย
กลัวไหมคะ...กลัวตายไหมหล่อนถามเหมือนเด็กๆ
ไม่กลัว..เอ้าบอกความจริงก็ได้ เคยกลัว แต่ถึงเวลาจริงๆแล้ว คิดว่าเป็นหน้าที่ ความกลัวหายไปหมด

edit @ 10 Jan 2010 21:17:23 by LekLinker

Comment

Comment:

Tweet